เทปน้ำหยดกับเทปน้ำพุ่งต่างกันอย่างไร

เทปน้ำหยดกับเทปน้ำพุ่งต่างกันอย่างไร เป็นคำถามที่เจอบ่อยมาก วันนี้เรามีคำตอบ
ระบบชลประทาน เป็นส่วนสำคัญและจำเป็นมากในการเกษตร เพราะนอกจากเป็นแหล่งน้ำให้กับพืชแล้ว
ยังเป็นแหล่งของสารอาหารให้แก่เมล็ดพันธุ์ด้วย และด้วยความสำคัญนี้ทำให้มีการพัฒนาระบบชลประทานให้สะดวกและ
มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบน้ำหยดหรือระบบน้ำพุ่ง ซึ่งต่อมาถูกพัฒนาให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้นเป็นเทปน้ำหยด และเทปน้ำพุ่งที่แม้จะเป็นเทปสำหรับระบบชลประทานเหมือนกัน แต่กลับมีการใช้งานที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับเมล็ดพันธุ์ที่ต้องให้การดูแล บทความนี้เลยจะพูดถึง เทปน้ำพุ่ง เทปน้ำหยดคืออะไร และทั้งสองอย่างแตกต่างกันอย่างไร
ระบบน้ำหยดคืออะไร

เป็นระบบชลประทานในการเกษตรอย่างหนึ่ง มีหลักการทำงานคือเมื่อปล่อยน้ำผ่านท่อที่ติดตั้งไว้แบบ 1 จุด หรือ หลายจุด น้ำจะหยดลงที่โคนต้นและซึมลงไปที่ดินเพื่อให้เข้าถึงราก ทั้งนี้น้ำที่ปล่อยออกมาจะออกมาในปริมาณที่ใกล้ๆกันเพราะใช้แรงดันน้ำเท่ากัน และเพื่อป้องกันการอุดตันในท่อ ก่อนน้ำไหลออกมาจะมีการกรองก่อน 1 ชั้น ทั้งนี้ ระบบน้ำหยดเหมาะกับพืชล้มลุก และพืชไร่ที่ปลูกเป็นแถวยาว เช่น มะเขือ ข้าวโพด อ้อย มันสำปะหลัง มันฝรั่ง แตงโม
เทปน้ำหยด ท่อน้ำหยด คืออะไร
เทปน้ำหยด ท่อน้ำหยด เป็นทั้งท่อจ่ายและหัวจ่ายน้ำในอันเดียวกัน โดยลักษณะของเทปจะแบนเมื่อไม่มีน้ำไหลผ่าน แต่จะพองตัวขึ้นเมื่อมีน้ำไหลเข้ามาในเทป หัวจ่ายของเทปจะมีหลายหัวแต่ระยะห่างหรือปริมารน้ำที่รับได้จะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับความหนาและความยาวของเทป ทั้งนี้ ความหนาของเทปจะเรียกได้ 3 หน่วย คือ ไมครอน มิล และ มิลิลเมตร
ประเภทของเทปน้ำหยด
- เทปน้ำหยด แบบแบน โครงสร้างเป็นแบบไม่มีหัวจ่ายน้ำแยก ทำให้ต้องวางสายอย่างระมัดระวังเพราะต้องเอาตัวตะเข็บทหงายขึ้น เพื่อให้การหยดของน้ำมีประสิทธิภาพและไม่อุดตัน แต่ข้อดีของเทปชนิดนี้คือ เรื่องของราคาที่ประหยัดกว่าเทปน้ำพุ่ง และสามารถม้วนเก็บได้ง่าย ไม่ต้องกังวางเรื่องหัวจ่ายด้านใน
- เทปน้ำหยด แบบกิ๊ฟ หรือ แบบกลม เป็นเทปแบบที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากด้วยความสะดวกในการวางสาย เพราะ มีกิ๊ป หรือหัวจ่ายน้ำอยู่ภายใน ทำให้การวางสำหรับใช้งานง่ายไม่ต้องกังวลเรื่องตะเข็บ การจ่ายน้ำจะมีความสม่ำเสมอและทนทานต่อการอุดตันได้ดี นอกจากนี้ยังตัววัสดุที่ทำเทปยังมีความทนทานและเหนียว ทำให้รับแรงดันน้ำได้ดีใช้งานได้ยาวนาน
หลักการเลือกเทปน้ำหยด
เนื่องจากเทปน้ำหยดแต่ละขนาดมีหัวจ่ายน้ำที่มีระยะยห่างและจำนวนแตกต่างกัน ดังนั้น ก่อนที่จะเลือกเทปน้ำหยดมาติดตั้งควรพิจารณา
- ประเภทของพืชที่ต้องการให้เทปน้ำหยดรดน้ำให้
- ตำแหน่งและระยะห่างของพืชแต่ละต้น เพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำอย่างไร้ประโยชน์
- แรงดันน้ำ หากปั๊มน้ำมีความแรงมากจนเกินไปแต่ใช้เทปที่มีความหนาไม่เหมาะสมผลคืออาจทำให้เทปแตกได้ และสิ้นเปลืองไปโดยไม่มีประโยชน์ ดังนั้น ควรพิจาณาแรงดันน้ำของน้ำที่เข้ามาในท่อด้วย
- วัสดุที่ใช้ในการทำเทปต้องมีคุณภาพ ซึ่งเน้นไปที่การป้องกันแสง UV ได้ เพราะเทปนี้ต้องวางตากแดดตากลมตลอดเวลา นอกจากนี้ ตัววัสดุควรจะทนทานต่อการกัดกร่อนได้ด้วย เพราะการดูแบพืชผลไม่ใช่มีแค่การรดน้ำแต่การใส่ปุ๋ยหรือสารเคมีก็เป็นหนึ่งในการดูแลด้วย ถ้าเทปไม่ทนทานต่อปัจจัยเหล่านี้ อาจจะต้องเปลี่ยนเทปบ่อย ไม่คุ้มกับการลงทุน
ปัญหาที่อาจพบเจอเมื่อใช้เทปน้ำหยด หรือ ท่อน้ำหยด
ต้องยอมรับว่าหากท่อมีการไหลผ่านของน้ำเป็นประจำ ท่อเหล่านั้นมีความเสี่ยงที่จะมีตะไคร่น้ำ หรือ ตะกอนอยู่ภายใน ซึ่งสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การทำงานของเทปน้ำหยด หรือ ท่อน้ำหยดมีปัญา โดยเฉพาะในเรื่องของท่ออุดตันที่ตัวหัวจ่ายน้ำ ดังนั้น วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือ การติดตั้งเครื่องกรองน้ำ เพื่อทำความสะอาดน้ำก่อนที่จะผ่านไปยังหัวจ่าย นอกจากนี้ การหมั่นทำความสะอาดและปล่อยน้ำออกจากท่อทุกครั้งที่ใ้ช้เสร็จก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยแก้ปัญหานี้ได้เช่นกัน
อุปกรณ์ที่จะต้องใช้ในการติดตั้งเทปน้ำหยด
- ข้อต่อเทปน้ำหยด
- เทปน้ำหยด
- สว่านและ ดอกสว่าน
- ท่อ PE แบบ LDPE
ขั้นตอนการติดตั้งกับท่อ
- ใช้สว่านทำการเจาะรูที่ตัวท่อ PE หรือ ท่อ PVC และทำความสะอาดปากรูที่เจาะให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันเศษท่อที่เจาะไปอุดตัน
- ในส่วนของการสวมข้อต่อเข้าไปในรูท่อจะแบ่งเป็นกรณีท่อ PE และ ท่อ PVC
- กรณีท่อ PE: ให้นำส่วนข้อต่อสวมเข้าไปในรูท่อที่ทำการเจาะ จากนั้นทำการหมุนตัวล็อกให้แน่น
- กรณีท่อ PVC: นำลูกยางสวมเข้าไปยังรูที่เจาะ และตามด้วยการสวมข้อต่อเข้าไปที่ลูกยางอีกที
- นำเทปน้ำหยดเข้ามาสวมที่ข้อต่อ และทำการหมุนตัวล็อกอีกตัวที่ใช้ล็อกเทปน้ำหยด ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
ระบบน้ำพุ่ง คืออะไร

เป็นระบบรดน้ำที่ใช้การบีบอัด หรือ ฉีดน้ำให้แตกเป็นหลายๆเส้น หรือ เป็นละอองน้ำ เพื่อก่อนกระจายน้ำเหล่านั้นไปยังพื้นที่ในสวน เหมาะกับพืชประเภทไม้ดอก ไม้ผล ที่ต้องการน้ำให้ทั่วถึงบริเวณโคนต้น และหมาะสำหรับพื้นที่การเกาตรขนาดใหญ่
เทปน้ำพุ่ง ท่อน้ำพุ่ง คืออะไร
เทปน้ำพุ่ง ท่อน้ำพุ่ง จะมีความคล้ายคลึงกับเทปน้ำหยด คือมีลักษณะแบนๆแต่พอมีน้ำเข้าไปในท่อ ตัวท่อก็จะพองขึ้น แต่ความแตกต่างที่สำคัญคือหัวจ่ายน้ำของเทปน้ำพุ่งจะมีจำนวนรูมากกว่า 1 รูในหัวเดียวเพื่อให้น้ำออกมาหลายเส้นหรือแทบจะเป็นละอองน้ำ โดยรูปล่อยน้ำที่เจาะไว้จะมีตั้งแต่ 2 รู 3 รู และ 5 รู
- ตำแหน่งของพืชและระยะทางที่ต้องการ เหมือนกันกับเทปน้ำหยดคือ ความยาวของเทปน้ำพุ่งแต่ละขนาดมีจำนวนรูหรือหัวจ่ายน้ำที่แตกต่างกัน ทำให้ต้องวางแผนในการติดตั้งก่อนตัดสินใจ
- วัสดุและความคงทน ควรเลือกเทปน้ำพุ่งที่ทำจากวัสดุที่มีความหนาและทนทานต่อแสงแดดได้ดี รวมถึงการกระจายตัวหรือพุ่งตัวของน้ำก็สอดคล้องกับวัสดุที่ทำเทปด้วย
- การวางแทปน้ำพุ่งควรวางให้อยู่ห่างจากโคนต้นประมาณ 20-30 ซม ขึ้นอยู่กับพืชแต่ละชนิด และไม่ควรวางห่างจากพื้นดินมาก เพราะต้องให้น้ำไหลลงสู่รากด้วย
- การรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ แม้เทปน้ำพุ่งจะมีโอกาสอุดตันได้น้อย แต่การป้องกันไว้ดีกว่ารอให้เกิดปัญหาก่อน
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
- ถังน้ำ
- ปั๊มหอยโข่ง 1
- บอลวาล์ว เพื่อปรับแรงดันในแต่ละช่วงของข้อต่อ
- ท่อพีวีซี 1″ สำหรับเดินระบบถังสูบและจ่ายน้ำเข้าสู่ท่อน้ำหยด
- ท่อกรองน้ำเกษตร
- เทปน้ำพุ่ง เลือกระยะรูของการให้น้ำตามลักษณะของพืช เเละการปลูก
- วาล์วเกษตร สำหรับต่อเทปน้ำพุ่ง
ขั้นตอนการติดตั้ง ระบบน้ำพุ่ง
- เทปูนทำเป็นแท่นวางถังน้ำ 2,000 ลิตรและถังน้ำ 200 ลิตร ไว้ด้านล่าง ฐานปูนจะช่วยไม่ให้เกิดการทรุดตัว
- เดินระบบสูบน้ำเข้าไปสู่ถังทั้งบนและล่างให้เป็นระบบหมุนเวียน
- ต่อเทปน้ำพุ่งเข้ากับวาล์วน้ำ
- วางแนวเทปเข้าไปในพื้นที่แปลงปลูก
ความแตกต่างระหว่างเทปน้ำพุ่งและเทปน้ำหยด

เทปน้ำหยดกับเทปน้ำพุ่งต่างกันอย่างไร ในหลายๆแง่มุม
การไหลของน้ำ
เทปน้ำหยด : น้ำจะออกมาในหลักลัษณะของหยดน้ำ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแรงดันน้ำ ตัวหยดน้ำนี้จะออกมาอย่างสม่ำเสมอและซึมลงดินไปอย่างเหมาะสมเพราะมีการให้น้ำเป็นระยะๆ
เทปน้ำพุ่ง: น้ำจะออกมาในลักษณะพุ่งโดยการพุ่งนี้ต้องอาศัยแรงดันน้ำ ทำให้พืชผลได้น้ำอย่างทั่วถึงตั้งแต่โคนต้นไหลลงไปสู่ดิน
ความเหมาะสมของพืช
เทปน้ำหยด: เหมาะกับพืชล้มลุก และพืชไร่ที่ปลูกเป็นแถวยาว เช่น มะเขือ ข้าวโพด อ้อย มันสำปะหลัง มันฝรั่ง แตงโม
เทปน้ำพุ่ง: เหมาะกับพืชประเภทไม้ดอก ไม้ผล ที่ต้องการน้ำให้ทั่วถึงบริเวณโคนต้น และหมาะสำหรับพื้นที่การเกาตรขนาดใหญ่
ค่าใช้จ่ายในมุมมองของค่าน้ำ
เทปน้ำหยด: ควบคุมค่าน้ำได้ดีกว่า และน้ำไหลลงสู่รากของพืชแน่นอน เพราะเป็นระบบหยดอย่างสม่ำเสมอ หมดปัญหาน้ำไหลนองอยู่ที่พื้นโดยไม่จำเป็น
เทปน้ำพุ่ง: ค่าน้ำสูงเพราะใช้แรงดันในการจ่ายน้ำไปยังพืช
ปัญหาเรื่องการอุดตัน
เทปน้ำหยด: หากไม่ติดตั้งเครื่องกอรงน้ำ และปล่อยน้ำออกจากระบบหลังใช้เสร็จ มีความเสี่ยงที่จะมีเศษดิน เศษหินหลุดเข้าไปในท่อและทำให้เกิดการอุดตัน
เทปน้ำพุ่ง: มีการติดตั้งเครื่องกรองน้ำในระบบอยู่แล้ว ทำให้แทบจะไม่มีปัญหาเรื่องการอุดตัน
บทส่งท้าย
เมื่อเข้าใจความแตกต่างของเทปน้ำพุ่ง เทปน้ำหยดแล้ว การนำไปปรับใช้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่ก่อนจะตัดสินใจเลือกใช้เทปแต่ละแบบอาจต้องคำนึงถึง ประเภทของพืชผลและขนาดพื้นที่การเกษตร เพื่อให้ได้ระบบชลประทานที่เหมาะสมและประหยัดต้นทุน




